Custom Search

บทความที่ได้รับความนิยม

Translate

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ น้ำหอม แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ น้ำหอม แสดงบทความทั้งหมด

เคยรู้มั้ย...น้ำหอมมีความเป็นมายังไง?


🌹เรา เชื่อกันว่านํ้าหอมนั้นเกิดขึ้นมานานแล้ว จากหลักฐานภาพวาดจิตรกรรม ฝาผนังตอนหนึ่งที่วิหารของพระราชินี Hatshepsut 

ที่เมือง Thebes ในประเทศ Egypt ที่เป็นรูปของหญิงสาวชาวอิยิปต์โบราณกำลังโชลม นํ้าหอมลงบนศรีษะ 

ซึ่งได้แสดงให้เห็นว่ามีการใช้นํ้าหอม กันแล้วในยุคนั้น ซึ่งคาดว่านักเดินเรือชาวอิยิปต์ได้ไปนำมาจาก ดินแดนอื่น นํ้าหอมในสมัยโบราณนั้นจะทำมาจากยางไม้หอม ซึ่งยางไม่หอมแบบนี้จะมีอยู่ที่ Arabia และ Somalia เท่านั้น 


คำว่า "Perfume" นี้มีรากศัพท์มาที่แปลว่า "ควัน" ในกรีก (Greek) โบราณคนที่ทำนํ้าหอมนั้นจะเป็นผู้หญิง ซึ่งได้ปรับปรุง มรดกการทำนํ้าหอมที่ตกถอดมาจากชาวอียิปต์โบราณให้พัฒนาดีขึ้นไป ในช่วงเวลาของจักรวรรดิโรมัน (Roman) 

การทำนํ้าหอมเขาจะใช้ยางไม้หอม จากต้นไม้จำพวก Boswellia โดยสั่งนำเข้ามาจาก Arabia และได้บวกกับส่วนผสม ที่ได้มาจากทะเลจากประเทศอินเดียซึ่งเป็นส่วนผสมใหมที่ใส่ลงไปในการทำนํ้าหอม ของชาวโรมันในสมัยนั้น เศรษฐีชาวโรมันจะใช้นํ้าหอมตามความพอใจ ชนิดที่เรียกได้ว่าใช้แบบล้างผลาญ เลยก็ว่าได้ นั่นก็คือ พวกเศรษฐีเหล่านี้จะเอานํ้าหอมไปพ่นและฉีดตามพื้นและกำแพง บ้านของตัวเอง และนอกจากนี้ยังนำนํ้าหมไปฉีดให้กับสัตว์เลี้ยงของบรรดาเศรษฐี 
อีกด้วยไม่ว่าจะเป็น สุนัข และ ม้า

แต่ก้าวสำคัญในประวัติศสาตร์ของนํ้า หอม แล้วนั้นจะเกิดขึ้นในยุคกลาง (Middle ages) 
เมื่อชาวอาหรับ (Arabs) ได้คิดค้นพัฒนา เทคนิคในการ กลั่นนํ้าหอมได้เป็นผลสำเร็จ พื้นที่ ขนาดใหญ่โตของอาณาจักรเปอร์เซีย ได้ทำการ ปลูกดอกกุหลาบ เพื่อที่จะนำมาสกัดเป็นนํ้าหอม เนื้อที่ที่ใช้ปลูก ดอกกุหลาบนี้ใหญ่โตมหาศาลมาก 

จนถึงกับมี เรื่องเล่าขานกันว่า 
"กรุง Baghdad"(เมืองหลวงของประเทศอิรักในปัจจุบัน)ในสมัยนั้นได้สมญานาม ที่เรียกขานกันว่า "City of Fragrances" นอกจากนี้ชาวอาหรับยังได้ค้นพบ ส่วนผสมตัวใหม่ในการทำ นํ้าหอมอีกด้วยนั่นก็คือ สารที่ได้จากตัวชะมด หรือ กลิ่น ชะมดนั่นเอง

👳‍♂️ชาวอาหรับได้นำเจ้ากลิ่นชะมด
นี้ไปผสมกับปูน ขาว และพวกเขาก็นำ ปูนขาวที่ได้นี้ไปใช้สร้างสุเหร่า (Mosque) และพระราชวัง 
ซึ่งก็ทำให้ได้สุเหร่า และพระราชวังที่มีกลิ่นหอมไปทั่วทั้งเมือง และนี่คืออีกหนึ่งที่มาจากเรื่องเล่าถึงคำว่า "City of Fragrances" นั่นเอง



ใน ช่วงสมัยของ Crusaders 
ได้นำเครื่องหอมจาก อาหรับไปให้ชาวยุโรปได้รู้จัก แต่สำหรับก้าวแรก
ของนํ้าหอม ในยุโรปนั้นเริ่มจริงๆก็ในศตรวรรษที่ 16 เมื่อ แคทเธอรีน เดอ เมคิชี่ (Catherine de Medici) มาที่ประเทศ Italy เพื่อที่จะแต่งงานกับอนาคตกษัตริย์ในช่วงนั้น 

จากนี้ไปนํ้าหอม ก็พัฒนาไปเรื่อยๆ 
จนกระทั่งในต้นศตรวรรษที่ 19 
ได้มีนักเคมีได้ทำการสังเคราะห์นํ้าหอมจาก สารเคมีจนได้กลิ่น ต่างๆ มากมายหลายพันกลิ่น จนกระทั่งนํ้าหอมได้กระจายไปทั่ว จนเป็นอุตสาหกรรม ขนาดใหญ่อย่างที่เห็นในปัจจุบัน Ingredients-กลิ่นน้ำหอมผู้คนส่วนใหญ่มักจะคิดว่า 

🍀กลิ่นของนํ้าหอมที่ได้จากต้นไม้นั้น มักจะมาจากดอกไม้ แต่น่าประหลาดใจมาก ส่วนอื่นๆของต้นไม้นั้น เราก็นำมาใช้ทำนํ้าหอมได้ ไม่ว่าจะเป็น ลำต้น ใบไม้ เนื้อไม้ ผล เมล็ด เปลือก และ ยางไม้ นอกจากส่วนต่างๆที่กล่าวมานี้นั้นเอง
เรามาทำความรูจักกับชนิดของต้นไม้ ที่คนปรุงนํ้าหอมเขานำมาใช้ใน การทำนํ้าหอม ที่นิยมนำมาใช้มากในอันดับต้นๆ ดังนี้

🥀- Balsam : เป็นยางไม้หอมชนิดหนึ่ง ที่มีลักษณะคล้ายขี้ผึ้ง Balsam ที่นิยมในแวดวง การผลิตเครื่องหอม ในปัจจุบันเป็นอันดับต้นๆ ก็คือ Balsam จากประเทศ เปรู
🌹- Bergamot : ก็คือ ต้นมะกูดนั่นเอง ส่วนของมะกูดที่ใช้สกัด ทำมํ้าหอมก็คือ บริเวณเปลือก ของลูกมะกูดนั่นเอง กิ่นหอมที่สกัดจากผิวของลูกมะกูดนี้ส่วนใหญ่ จะนำไปใช้ใน นํ้าหอมสำหรับผู้หญิง 
🌼- Frankincense :เป็นยางไม้หอมจากต้นไม้จำพวก Boswellia เจ้าต้น Boswellia เป็นต้นไม้ขนาดเล็ก ที่เจริญเติบโตทางตอนใต้ของ Arabia และ Somalia 
ซึ่งยางไม้ชนิดนี้ เป็นส่วนสำคัญมาก ในการทำเครื่องหอม สมัยอณาจักรโรมันโบราณ ในปัจจุบันเราใช้ Frankincense เป็นส่วนผสมของ นํ้าหอมสมัยใหม่ถึง 13% 
🏵- Galbanum :เป็นยางไม้ของ ต้นยี่หร่า จากประเทศ Iran เจ้า Galbanum จะมีกลิ่นหอม ออกไปทาง Spicy 
💓- Jasmine : ต้นมะลิใช้เป็นส่วนผสมหลัก ของนํ้าหอมในปัจจุบันมากกว่า 80 % เป็นรองก็ แค่ดอกกุหลาบ พันธุ์ของมะลิที่นิยมใช้ในการทำนํ้หอมก็คือ มะลิจากประเทศสเปน หรือที่เรียกกันว่า Royal Jasmine ซึ่งใช้มากที่สุดในยุโรป มาตั้งแต่ศตรวรรษที่ 16 แล้ว Royal Jasmine นี้จะเป็น ส่วนผสม ในการทำนํ้าหอม ที่แพงที่สุด 
เพราะว่า จากมะลิ 500 ปอนด์ 
จะกลั่นออกมาใช้ทำนํ้าหอม ได้แค่เพียง 0.1 % เท่านั้น 
🌿- Labdanum : เป็นหยดเล็กๆ ของยางไม้จากใบของต้น Cistus ที่ขึ้นอยู่ ในตะวันออกกลาง เราใช้ยางไม้ชนิดนี้ถึง 33% ในการทำนํ้าหอมในปัจจุบัน 
💐- Lavender : เป็นส่วนผสมหลัก ในการทำนํ้าหอมมานานแล้ว นับตั้งแต่สมัย กรีก 
🌸- โรมัน โบราณ ครั้งหนึ่งในประเทศ ฝรั่งเศส เคยปลูกต้น Lavender นี้ถึง 5,000 ตัน ต่อปีมาแล้ว 

🍋- Lemon : ผิวของผลมะนาว เป็นส่วนผสมที่จำเป็น ในการทำนํ้าหอม ที่ต้องการให้ได้กลิ่นหอม ที่สดชื่น สดใส มีชีวิตชีวา 


🌺- Lily of the Valley : ในช่วงเริ่มแรกของการทำนํ้าหอมนั้น เราได้ กลิ่นหอมของดอก Lily 
โดยการใส่ดอก lily ลงไปในนํ้ามัน แต่ในปัจจุบัน เราใช้กรรมวิธีที่ทันสมัย โดยการสกัดเอากลิ่นหอมของ lily ออกมา ด้วยเครื่องมือที่ทันสมัย เราใช้ lily เป็นส่วนผสมในการทำนํ้าหอม ประมาณ 14 % ในปัจจุบัน 
🌲- Myrrh : เป็นยางไม้จากต้น Myrrh ซึ่งพบได้ใน Arabia, Somalia และ Ethiopia ในสมัยโบราณ เขาใช้ยางไม้ชนิดนี้ทำเป็นยาสมุนไพร และ ใช้ทำ นํ้ายา ดองศพ แต่ในปัจจุบัน นักปรุงนํ้าหอมบอกว่า คุณสมบัติที่เด่นของ Myrrh นี้คือ มันเป็นตัวช่วยให้ กลิ่นของนํ้าหอม ติดร่าางกายทนนานยิ่งขึ้น เพราะมันมีสารที่ทำให้ นํ้าหอม ระเหยไปในอากาศ ช้าลงนั่นเอง
💮-Neroli : ได้จากการกลั่น จากดอกของต้นส้ม ชื่อ Neroli นี้ได้มาจากในช่วง หลังศตรววรษที่ 16 โดยภรรยาของ เจ้าชายของ อิตาลีคนหนึ่ง ใช้ Neroli ผสมในนํ้า ที่เธออาบ ทำให้กลิ่นหอม นี้เริ่มเป็นที่แพร่หลายในยุโรป แต่จริงๆแล้ว Neroli เข้ามาในยุโรปนานแล้ว ตั้งแต่ศตรวรรษที่ 12 โดยชาว อาหรับเป้นผู้นำเข้ามา ในปัจจุบันใช้เป้นส่วนผสม ในการทำนํ้าหอมถึง 12% 
🌲- Oak Moss : เป็น Lichen ที่อยู่ตาม ต้นโอ๊ก ต้นสน และต้นไม้อื่นๆ ในแถบเถือกเขา ทางเหนือ ของแอฟริกา และ ยุโรป เราใช้ oak moss เป็นตัวที่ยึด กลิ่นหอมของนํ้าหอมไว้ ไม่ให้ระเหยไปเร็ว

เรื่องน้ำหอมที่คุณผู้หญิงต้องรู้



สารพันปัญหาคาใจ เรื่อง...น้ำหอม

ผู้หญิงทุกคนต่า งก็อยากเลือกน้ำหอมที่เหมาะสมแล ะใส่มันอย่างมั่ นใจ นี่คือคำถามคาใจ ผู้หญิงหลายคนใน เรื่องน้ำหอม

Q : ถ้าฉีดน้ำหอมแล้ วไม่ชอบกลิ่นมัน จะกำจัดออกไปได้ ยังไงโดยไม่ต้อง อาบน้ำใหม่

A : ผู้เชี่ยวชาญแนะ นำให้ทดสอบน้ำหอ มบนผิวตัวเองเสมอก่อนซื้อ
เพื่อดูว่ามันเข ้ากับเคมีในร่างกายคุณแค่ไหน แต่ถ้าคุณไม่ชอบ สิ่งที่คุณฉีดลง ไปบนตัวคุณ มันก็มีวิธีสองส ามอย่างในการกำจ ัดกลิ่นหอมนั้นอ ย่างแรกก็คือ ใช้มอยสเจอไรเซอ ร์แบบไร้เกลิ่นท าลงบริเวณที่คุณ ฉีดน้ำหอม มันจะทำให้กลิ่น น้ำหอมจางลง แต่ก็เหมือนกับก ารใช้แปรงลบข้อค วามบนกระดานดำ คุณจะกำจัดกลิ่น ส่วนใหญ่ออกไปได ้ แต่ไม่ถึงกับเกล ี้ยงทีเดียว ถ้าคุณไม่ได้ล้า งมันด้วยน้ำกับส บู่ อีกวิธีคือ การใช้เจลทำความสะอาดแบบไม่ใช้น้ำอย่างที่ใช้ล้างมือเพื่อฆ่าเชื้อโรคนั่นแหละ ทาลงบริเวณที่คุณฉีดน้ำหอมลงไป แอลกอฮอล์จะช่วย กำจัดกลิ่นหอมออ กไปได้ใกล้เคียง กับการล้างด้วยน้ำและสบู่

Q : เราจะฉีดน้ำหอมท ี่ไหนบนร่างกายและฉีดยังไง จึงจะแน่ใจได้ว่ามันจะมีกลิ่นหอมตลอดวัน แต่ไม่ส่งกลิ่นแ รงจนเกินไป

A : อย่างแรกคุณต้อง รู้ว่ากลิ่นหอมท ุกกลิ่นหอมไม่เท ่ากัน ถ้าคุณอยากให้กล ิ่นหอมติดทนนานจ ากเช้าจรดเย็น ก็อย่าใช้น้ำหอม พวก Eau de Toilette หรือ Body Splash เนื่องจากความเข ้มข้นของมันน้อย กว่า Eau de Parfum หรือ Parum ซึ่งเป็นรูปแบบข องน้ำหอมที่เข้มข้นที่สุด Eau de Toilette หรือ Body Splash จะจางกลิ่นได้ง่ ายถ้าคุณไม่ฉีดม ันเพิ่มในระหว่า งวัน การฉีดน้ำหอมในท ี่ซึ่งเหมาะสมก็ ช่วยได้เช่นกัน โดยควรฉีดน้ำหอม หรือแต้มมันลงบน จุดชีพจร เช่น หลังใบหู ข้อมือ คอ และเข่า
ซึ่งเป็นจุดที่มีความร้อนมากกว่ า จึงทำให้น้ำหอมส ่งกลิ่นแรงขึ้น และลองเลือกน้ำหอมที่มาพร้อมกับ ครีมหรือเจลอาบน้ำการทากลิ่นหอมที่คุณชอบซ้อนทับกันจะช่วยให้คุณมีกลิ่นหอมหวนได้ตลอดวัน โดยไม่ทำให้คนอื่นหัวหมุนเวลาที่คุณเดินผ่าน

Q : ได้ยินมาว่าเราต ้องเก็บน้ำหอมใน ที่เย็น ๆ และในกล่องเดิมข องมันเพื่อช่วยร ักษากลิ่นให้คงค วามหอมได้ยาวนาน ขึ้น

A : ถูกแค่ครึ่งเดีย ว เพราะคุณจะทิ้งก ล่องไปก็ได้ แต่ต้องเก็บน้ำห อมให้ไกลจากความ ร้อนและแสงแดด และถึงแม้คุณจะอ ยากอวดขวดสวย ๆ ของมันแค่ไหน แต่ที่ซึ่งเหมาะ สมที่สุดในการเก ็บน้ำหอม ไม่ใช่บนโต๊ะเคร ื่องแป้ง แต่เป็นในลิ้นชั กหรือในตู้ยาอุณ หภูมิสูง ๆ เพราะแสงแดดจะทำ ให้กลิ่นน้ำหอมเ ปลี่ยนไปได้อย่า งมาก จนกลายเป็นกลิ่น อื่นไปโดยสิ้นเช ิิงเลยก็ได้

 การเก็บขวดน้ำหอ มในที่มืดและเย็ น จะทำให้กลิ่นไม่ จางหายไปและไม่ร ะเหยหายไปด้วย แต่ถ้าคุณไม่ได้ ใส่น้ำหอมทุกวัน จะเก็บน้ำหอมไว้ ในตู้เย็นก็ได้แต่จำไว้ว่าปกติ น้ำหอมจะมีอายุร าวหนึ่งปี ก่อนที่กลิ่นหรื อสีของน้ำหอมจะเ ริ่มเปลี่ยนไป เพราะฉะนั้นอย่า ซื้อน้ำหอมตุนไว ้เยอะเกินไปล่ะ

Q : ฉันจะรู้ได้ยังไ งว่าฉันใส่น้ำหอ มมากเกินไปหรือน ้อยเกินไป

A : จำไว้ว่าคนสำคัญ ที่สุดซึ่งทำให้ คุณใส่น้ำหอม ก็คือตัวคุณ ฉะนั้นจงทำตามกฎ "น้อยแต่มาก" เวลาที่ฉีดน้ำหอ ม เพียงหนึ่งหรือส องครั้งก็พอแล้ว คุณอยากเชิญชวนใ ห้คนเข้ามาในระย ะที่ได้กลิ่น มากกว่าส่งกลิ่น ออกไปบังคับให้ค นอื่นดม คุณจะรู้ว่าคุณใ ส่น้ำหอมในปริมา ณที่เหมาะสม ถ้าสองสามชั่วโม งถัดมา คุณยังได้กลิ่นข องมันจากเส้นผม หรือได้กลิ่นมัน เมื่อลมพัดผ่านผ ิวของคุณ และถ้าสงสัย ก็ลองถามคนที่คุ ณไว้วางใจดูก็ได ้้

Q : ฉันอยากใส่น้ำหอ มแต่ส่วนใหญ่แล้ วมันจะทำให้ฉันป วดไมเกรน มีคำแนะนำอะไรไหม


A : ทางออกง่าย ๆ ก็คือการเลือกใช ้น้ำหอมกลิ่นบาง เบา เช่น Eau de Toilette หรือ Body Splash และลองฉีดมันลงบ นจุดชีพจรที่อยู ่ห่างจากจมูกที่ สุด เช่น หลังเข่า หรือข้อเท้า ถ้ามันยังทำให้ค ุณปวดหัว ลองเปลี่ยนมาใช้ บอดี้โลชั่นแบบม ีกลิ่นหอมแทน 


มันจะอ่อนโยนกว่ า และปกติจะไม่มีแ อลกอฮอล์ ซึ่งทำให้น้ำหอม ส่งกลิ่นแรงในทั นทีที่ฉีด น้ำหอมแบบครีมหรือแบบแข็ง(Solid) ก็อาจได้ผลดีสำห รับคุณด้วย เพราะมันมีกลิ่น อ่อนเบากว่า และสามารถควบคุม ปริมาณได้ง่ายกว ่า จะทามากน้อยแค่ไ หนก็ได้

15 น้ำหอมกลิ่นแปลกๆ ชวนน่าพิศวงงง ๆที่ไม่น่าเชื่อว่ามีอยู่บนโลกจริงๆ

🌀วันนี้เราจะมานำเสนอเรื่องน้ำหอมกลิ่นแปลกๆหรือว่ากลิ่นแปลกประหลาดเลยก็ว่าได้นะครับ...น้ำหอมกลิ่นอะไรๆที่เรานึกไม่ถึงว่ามันจะมีในโลกนี้ ไม่รู้ว่ามันจะเป็นน้ำหอมหรือว่าอะไรกันแน่แต่เขาก็ยังผลิตออกมาและผลิตออกมาจริงๆเสียด้วยนะครับ
🩸🩸15 น้ำหอมกลิ่นแปลกๆ ชวนน่าพิศวงงง ๆที่ไม่น่าเชื่อว่ามีอยู่บนโลกจริงๆ

👄คำว่าน้ำหอม มันก็ต้องเป็นน้ำที่ทำให้ร่างกายเรามีกลิ่นหอมใช่มั้ย แต่เอ๊ะ ! ทำไมน้ำหอมสมัยนี้ถึงแปลกแหวกแนวซะจนไม่ค่อยกล้าใช้เลยล่ะ เราไปดูกันเลยดีกว่าว่ามีกลิ่นไหนกันบ้าง

🩸 1. กลิ่นของเหลวในร่างกาย

บริษัทฝรั่งเศสที่ชื่อว่า Etat Libre d’Orange ได้สร้างน้ำหอม Sécrétions Magnifiques ที่มีกลิ่นเหมือนเลือด เหงื่อ สเปิร์มและน้ำลาย ทั้งหมดมันเป็นเรื่องธรรมชาติของมนุษย์ ไม่ใช่หรือ

2. ช็อคโกแลตขาว (White Chocolate) ของแบรนด์ paddy daddy

กลิ่นหวานหอมของชอ็โกแลต เหมาะมากสำหรับสาวหวาน ดีไลท์ช็อคโกแลตขาวจาก Opus Oils เป็นน้ำหอมที่มีส่วนผสมท่ามกลางกลิ่นของมัน ช็อคโกแลตขาว!

3. ผู้รักบุหรี่ (Tobacco Lovers) ผลิตโดย Demeter

สำหรับผู้ที่รักกลิ่นของควันบุหรี่ที่ดี แต่มันคงไม่ได้เป็นที่นิยมมากในชุมชนแอนตี้การสูบบุหรี่

4. The Avengers ADS International

บริษัทกลิ่นหอม มีความคิดที่ดีในการสร้างชุดน้ำหอมที่ชื่อว่า Marvel’s The Avengers ตามที่โฆษณากลิ่นเหนือธรรมชาติเหล่านี้จะช่วยให้ดูมีพลังและนำออกมาสู่ซูเปอร์ฮีโร่ในทั้งหมดของเรา เกินบรรยายจริงๆ !

5. ข้าวโพดคั่ว (Popcorn) ผลิตโดย Demeter

เป็นน้ำหอมที่มีกลิ่นหอมของเนย เมล็ดเค็ม รู้สึกเหมือนได้กินเล่นในโรงภาพยนตร์ กรุบกรอบ

6. กลิ่นกระดาษ Paper Passion ผลิตโดย Steidl

เป็นน้ำหอมที่มีกลิ่นเหมือนกระดาษและหมึก ไม่ต้องสงสัยเลยว่า มันเป็นกลิ่นที่เหมาะสำหรับบรรณารักษ์ นักเขียนและผู้จำหน่ายหนังสือ

7. ปฏิบัติการของช่าง (Mechanic’s Workshop)

แบรนด์แฟชั่นที่มีชื่อเสียง Comme des Garcons ได้สร้างน้ำหอมที่ชื่อว่า โรงรถและบางส่วนของขั้นพื้นฐานที่มีสาร Aldehydes น้ำมันก๊าด หนังและพลาสติก เหมาะสมสำหรับทุกคนที่รักรถและจักรยาน

8. กุ้ง Lobster

ใครชอบกินกุ้งหรืออยากเป็นกุ้งให้เขากินต้องลอง

9. ม้า (Horse Odor)

บริษัท Strange Women Fragrance มีแรงบันดาลใจในการสร้างน้ำหอมที่เรียกว่า ม้า ที่มีกลิ่นเหมือนม้า หญ้าแห้งและข้าวโอ๊ต

10.หุบเหว นรก Weird Green Pepper จาก Odette

เป็นน้ำหอมกลิ่นแปลกที่สามารถระบุว่าเป็นสิ่งที่เน่าเปื่อยช้าๆที่พบในด้านหลังของตู้เย็นคุณ

11. พิธีฝังศพ ผลิตโดย Demeter

คือการผสมผสานของดอกลิลลี่, คาร์เนชั่น, พืชไม้ดอกและเบญจมาศกับเศษไม้มะฮอกกานีและพรม เหมาะอย่างยิ่งสำหรับงานศพ!

12. เตาผิง ผลิตโดย Demeter

ชนิดของกลิ่นเสื้อผ้าที่คุณได้รับเมื่อคุณกำลังนั่งอยู่เป็นเวลานานตรงด้านหน้าของกองไฟ มันเป็นเรื่องที่ดีที่สุดที่จะไม่ฉีดกลิ่นนี้ใส่ตัวคุณเป็นจำนวนมากเพราะใครบางคนอาจจะเรียกรถดับเพลิง

13. โลก กลิ่นดิน

สามกลิ่นของน้ำหอมจาก Demeter มีกลิ่นสกปรก หญ้าและสวนที่เปียกเป็นตัวอย่างของกลิ่นดิน การคิดเกี่ยวกับการเป็นหนึ่งเดียวกับธรรมชาติ

14. ละครสัตว์ L’Artisan Parfumeur

ได้เปิดตัว Dzing! น้ำหอมที่มีกลิ่นเหมือนละครสัตว์

กลิ่นหอมเป็นส่วนผสมของแอปเปิ้ลคาราเมล เหงื่อของนักแสดง ช้างและเครื่องหนังอาน

15. ปากช่องคลอด VULVA Original
เป็นน้ำหอมที่ให้กลิ่นแบบช่องคลอด

👄🧴สาระข้อมูลเพิ่มเติม

🧴น้ำหอม (ฝรั่งเศส: parfum) เป็นส่วนผสมของน้ำมันหอมระเหยหรือสารประกอบให้กลิ่น, สารฟิกเซทีฟ (fixative) ที่มีกลิ่นหอมกับตัวทำละลาย ใช้เพื่อให้ร่างกายมนุษย์, สัตว์, อาหาร, สิ่งของ หรือพื้นที่อยู่อาศัยมีกลิ่นที่น่าพึงพอใจ โดยทั่วไปแล้วน้ำหอมมักอยู่ในรูปของเหลวและใช้ให้กลิ่นที่น่าเข้าหาแก่ตัวบุคคล

👉🏿การค้นพบทางโบราณคดีและเอกสารโบราณแสดงให้เห็นถึงการใช้น้ำหอมในอารยธรรมยุคแรกสุดของมนุษย์ น้ำหอมยุคใหม่นั้นเริ่มมีในศตวรรษที่ 19 ด้วยการสังเคราะห์เชิงการค้าของสารประกอบให้กลิ่น เช่น vanillin และ coumarin อื่นๆ

😁ก็น่าซื้อมาลองใช้ซักครั้งในชีวิตดูนะครับ เผื่อชีวิตจะมีอะไรแปลกใหม่บ้าง แต่บางกลิ่นนี่ก็ไม่กล้าฉีดจริงๆ

👄น้ำหอมอันสุดท้ายนี้กลิ่น..👄ปากช่องคลอดกลิ่นจะเป็นอย่างหรือว่ามันจะหอมหวลชวนเคลิบเคลิ้มขนาดไหนก็ไม่รู้นะครับเออ😁

นักวิทย์ชุบชีวิตน้ำหอม คลีโอพัตราสูตรน้ำหอมจากอียิปต์โบราณอายุ 2000 ปี


ไม่ว่าจะเป็นในภาพวาด งานเครื่องปั้นดินเผา หรือหลักฐานทางประวัติศาสตร์ “คลีโอพัตราที่ 7 ฟิโลพาเธอร์” หรือที่รู้จักกันในชื่อสั้นๆ ว่า
“คลีโอพัตรา” ก็มักจะได้ชื่อว่าเป็นหญิงสาวที่ใครๆ ก็หลงใหลอยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็นรูปร่างหน้าตาที่งดงาม หรือการชักจูงผู้คนของเธอ

ว่าแต่เพื่อนๆ เคยสงสัยกันน้ำหอม “กลิ่น” แบบไหนกัน ที่หญิงสาวพราวเสน่ห์ในสมัยอดีตกาลใช้ ทำให้ใครต่อใครต่างรู้สึกหลงใหลได้มากขนาดนี้?

มาร์ค แอนโทนี่ ตามกลิ่นหอมมาจนพบ คลีโอพัตรา

Robert Littman และ Jay Silverstein สองนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยฮาวาย พยายามที่จะหาคำตอบกันมานานแสนนาน

จนถึงขั้นที่ทั้งคู่เดินทางไปยังเมืองผลิตน้ำหอมโบราณของอียิปต์ อย่าง “Thmuis” เพื่อหาตามหาน้ำหอมที่คนอียิปต์โบราณใช้กันในอดีตเลย

ในบรรดาแหล่งโบราณคดีจำนวนมากของ Thmuis พวกเขาทั้งสองได้มีโอกาสพบกับภาชนะโบราณที่ยังคงมีสารตกค้างของส่วนผสมของน้ำหอมเมื่อ 2,000 ปีก่อนชิ้นหนึ่ง ซึ่งแม้ว่าจะไม่มีกลิ่นเหลืออยู่แล้ว แต่ก็ยังสามารถแยวัตถุดิบที่ใช้ได้ด้วยวิธีการทางวิทยาศาสตร์


หนึ่งในหลักฐานการทำน้ำหอมของอียิปต์โบราณ

ด้วยเหตุนี้เองคุณ Robert Littman และ Jay Silverstein จึงได้ตัดสินใจที่จะผสมสูตรน้ำหอมแบบในอดีตขึ้นมาใหม่อีกครั้ง โดยอาศัยข้อมูลจากสารตกค้างที่พบ บวกกับข้อมูลภาษากรีกเกี่ยวกับการทำน้ำหอมที่พวกเขาพบในเมือง

อ้างอิงจากนักวิจัยทั้งสอง สูตรน้ำหอมโบราณที่พวกเขาปรุงขึ้นนั้น มีองค์ประกอบสำคัญอยู่ที่ยางไม้หอมเมอร์ ซึ่งได้มาจากต้นไม้ท้องถิ่นในแอฟริกาและคาบสมุทรอาหรับ ก่อนที่จะผสมกับวัตถุดิบสำหรับทำอาหารอื่นๆ อย่างน้ำมันมะกอก ซินนามอน และกระวาน
ยางไม้หอมเมอร์ หรือ “มดยอบ” วัตถุดิบสำคัญของน้ำหอมอียิปต์โบราณ

ผลที่ทั้งสองได้ออกมาคือน้ำหอมที่มีความข้นและเหนียวกว่าน้ำหอมทั่วๆ ไปในปัจจุบันอย่างเห็นได้ชัด และแทนที่จะเป็นกลิ่นหอมคล้ายดอกไม้ น้ำหอมที่ได้ออกมากลับมีกลิ่นหอมแบบเฉพาะของเครื่องเทศ และติดทนนานกว่าน้ำหอมแบบน้ำในปัจจุบันหลายเท่า

คุณ Littman อธิบายผลงานที่ออกมาว่าเป็นเหมือน “Chanel No. 5 แห่งอียิปต์” ไม่มีผิด และภูมิใจในน้ำหอมที่ออกมามาก
จูเลียสซีซาร์และคลีโอพัตรา

แม้ว่านักวิทยาศาสตร์จะสามารถผลิตน้ำหอมจากสมัยอียิปต์โบราณออกมาได้จริงๆ มันก็ไม่ได้หมายความว่าจะเป็นน้ำหอมที่คลีโอพัตราเคยใช้แบบแน่นอน 100%

เพราะสำหรับชนชั้นสูงที่รักสวยรักงามอย่างเธอแล้ว มันไม่ใช่เรื่องแปลกเลยที่คลีโอพัตราจะมีการแต่งกลิ่นน้ำหอมสูตรลับเฉพาะขึ้นมาใช้เอง

อย่างไรก็ตามสำหรับน้ำหอมสูตรเทียบเคียง ก็นับเป็นการก้าวเข้าใกล้น้ำหอมที่คลีโอพัตราเคยใช้มากที่สุดเท่าที่เคยมีมาแล้ว

และผลงานของพวกเขาเองก็จะถูกนำไปจัดแสดงต่อไปในนิทรรศการ “Queens of Egypt” ที่พิพิธภัณฑ์เนชั่นแนลจีโอกราฟฟิก ในวอชิงตัน ดี.ซี. ต่อไปด้วย

รายการบล็อกของฉัน